จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำเสียประวัติไหม ทำไมไม่ควรจ่ายแค่ขั้นต่ำ

บัตรเครดิตนั้นเป็นเครื่องมือสำหรับการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ มอบทั้งความสะดวกสบาย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายให้กับผู้ใช้  ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด แต้มสะสมต่างๆ นอกจากนั้นบัตรเครดิตบางประเภทยังจะมีการแจกเงินคืน (Cash Back) อีกด้วย จึงจัดได้ว่าบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่ง ที่สามารถใช้แทนเงินสดได้อย่างมีคุณค่ามากกว่าเงินสดจริงๆ

อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรเครดิตนั้นมักจะมีกับดักที่ร้ายแรงแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ใช้ ที่ไม่ได้มีการคิดอย่างรอบคอบก่อนใช้ ใช้แบบไม่วางแผน ใช้จ่ายเกินตัว ก็จะตกหลุมพรางกับดักของบัตรเครดิตเข้าเต็มเปาเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะเมื่อใช้บัตรเครดิต จนไม่สามารถจะจ่ายได้แล้ว จนต้องจ่ายเป็นขั้นต่ำที่ 10% ของยอดทั้งหมดแทน (หรือไม่จ่ายเลย) ก็จะทำให้ยอดใช้บัตรเครดิตที่ใช้ไปนั้นถูกผลักไปเป็นหนี้ค้างจ่ายโดยอัตโนมัติ และคราวนี้ผู้ใช้จะต้องรับภาระหนักในการจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งมันไมถูกเลย

ทำไมไม่ควรจ่ายบัตรเครดิต แค่ขั้นต่ำ

ดังนั้นเมื่อเรามีการชำระบัตรเครดิต ด้วยการจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ สิ่งที่จะตามมาก็คือ หนี้ไม่มีทางลดลงเลยจนกว่าจะหลายปีผ่านไป อีกทั้งยังต้องรับภาระดอกเบี้ยที่สูงถึงประมาณ 20-25% ซึ่งเมื่อเราคิดคำนวณดูแล้ว ยอดดอกเบี้ยที่จ่ายไปทั้งหมดนั้นมันอาจจะมากกว่าเงินต้น หรือหนี้ที่เราก่อไว้เสียอีก เป็นภาระที่ไม่จำเป็นจะต้องจ่าย และน่าเสียดายมากกว่า เพราะแทนที่จะเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่น กลับต้องมาจ่ายให้กับดอกเบี้ยไปเปล่าๆ นั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น นาย ก ทำการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง มูลค่า 50,000 บาท ผ่านการรูดบัตรเครดิต แต่เขาไม่ได้ทำการใช้คืนเต็มจำนวนเมื่อถึงเวลาจ่าย แต่เลือกจ่ายขั้นต่ำที่ 5,000 บาทแทน จะต้องใช้เวลาประมาณ 12 เดือนและในการจ่ายหนี้ส่วนดังกล่าวจนหมด และส่วนดอกจะเป็นหนี้สูงราวๆ 10,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นจำนวนที่สามารถนำเอาไปใช้ด้านอื่นได้มากมาย ไม่จำเป็นจะต้องมาจ่ายกับดอกเบี้ยที่เปล่าประโยชน์นี้ ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงแค่หนี้ที่ยอดไม่สูงนัก แต่หากลองคิดว่าเป็นหนี้ที่มียอดสูงกว่านี้สิครับ จะต้องรับภาระดอกเบี้ยบานแค่ไหน?

อย่างไรก็ตาม การจ่ายแค่ขั้นต่ำนั้นก็สามารถทำได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของเรา ที่ธนาคารกำหนดให้มาเพื่อความยืดหยุ่น โดยเฉพาะท่านที่อยู่ในช่วงช็อต หรือเงินขาดมือพอดีก็สามารถจ่ายขั้นต่ำแทนการจ่ายหนี้ทั้งหมดได้ แต่ก็ควรจะใช้วิธีนี้ในกรณีที่ไม่มีเงินจ่ายทั้งหมดจริงๆ เท่านั้น และไม่ควรทำต่อเนื่อง เมื่อมีเงินเข้ามาก็ให้รีบไปปิดหนี้ตรงนี้ทันที การหมดหนี้เร็วหมายถึงการที่เราไม่ต้องมารับผิดชอบกับดอกเบี้ยแพงๆ อีกต่อไป

บัตรเครดิตที่เหมาะกับคุณ เลือกที่เหมาะกับเรามากที่สุด

บัตรเครดิตเป็นบริการเงินกู้ประเภทหนึ่ง ที่ดำเนินการโดยธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ โดยจะมีหลักการคร่าวๆ คือผู้ให้กู้จะมีการออกบัตรให้กับผู้กู้ เพื่อใช้ในการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ แทนเงินสด อย่างไรก็ตามบัตรเครดิตในปัจจุบันมีหลายแบบ เรามาดูกันว่าบัตรแบบไหน เป็น บัตรเครดิตที่เหมาะกับคุณ เหมาะกับการใช้งานแบบไหนกันค่ะ

บัตรเครดิตที่เหมาะกับคุณ เลือกที่เหมาะกับเรามากที่สุด

บัตรเครดิตร่วม เป็นบัตรเครดิตที่ทางสถาบันการเงินจะออกบัตรมาเพื่อใช้ร่วมกับองค์กรด้านธุรกิจ ที่มีการใช้บริการบ่อย โดยบัตรประเภทนี้มักจะมีส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ให้กับผู้ใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าบริการ อาทิ บัตรเครดิตน้ำมัน ที่เมื่อเติมน้ำมันจากปั๊มที่ร่วมรายการ ก็จะมีส่วนลด มีของแถม หรือมีการสะสมแต้มเพื่อนำไปแลกสินค้า/บริการจากหน่วยธุรกิจนั้นๆ บัตรแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้บริการจากหน่วยธุรกิจเป็นประจำ

บัตรเครดิตแบบสะสมไมล์ เป็นบัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย โดยทางสถาบันการเงินเจ้าของบัตรจะมีข้อตกลงกับทางสายการบิน ให้ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตดังกล่าวสามารถสะสมแต้มเพื่อนำเอาไปแลกเป็นไมล์เดินทางสะสม (เพื่อแลกส่วนลด หรือตั๋วเครื่องบินฟรี) บัตรแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีการชำระบัตรเต็มจำนวนในเวลาที่กำหนด และมีการคิดดอกเบี้ยสูงกว่าบัตรเครดิตประเภทอื่นด้วย

บัตรเครดิตแบบสะสมแต้ม เป็นบัตรเครดิต ที่เหมาะสำหรับผู้ชอบซื้อสินค้าตามห้าง หรือหน่วยธุรกิจที่ร่วมรายการผ่านบัตรเครดิต เมื่อทำการจ่ายเงินจะได้รับแต้ม (ขึ้นอยู่กับสินค้า) เท่านั้นเท่านี้ ยิ่งใช้มากก็ยิ่งได้แต้มมาก และสามารถสะสมเพื่อนำเอาไปแลกเป็นส่วนลด หรือสินค้าบริการจากหน่วยธุรกิจนั้นๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามบัตรแบบนี้เหมาะสำหรับผู้จ่ายคืนแบบเต็มจำนวนในเวลาที่กำหนดเท่านั้น จึงจะได้แต้ม

บัตรเครดิตแบบคืนเงิน เมื่อมีการใช้บัตรประเภทนี้บ่อย ก็จะสามารถรับคืนเป็นเงินสดได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องสะสมแต้ม เหมาะสำหรับ ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้า/บริการจากหน่วยธุรกิจที่ร่วมรายการเป็นประจำเช่นกัน อย่างไรก็ตามบัตรประเภทนี้มักจะสารถคืนเงินได้ ในกรณีที่มีการชำระหนี้เต็มจำนวนในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

บัตรเครดิตแบบไลฟ์สไตล์ หรือบัตรเครดิตที่มีการออกบริการมาให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของเจ้าของบัตรมากที่สุด มักจะเป็นบัตรที่มีการทำโปรโมชั่นร่วมกับหน่วยธุรกิจต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชื่อดังเป็นต้น โดยมากมักจะเป็นโปรโมชั่นประเภทซื้อแล้วมีส่วนลด , ผ่อนดอกเบี้ย 0% ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรูปแบบของบัตรเครดิตที่มีการให้บริการกันอยู่ในปัจจุบัน (ที่จริงก็ยังมีบัตรแบบเฉพาะอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึงด้วย) ซึ่งผู้ใช้ก็ควรเลือกให้เหมากับรูปแบบ หรือการใช้ชีวิตของเรามากที่สุดครับ

 

ใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย ป้องกันการถูกนำไปใช้ โดนรูด โดนแฮก

ปัจจุบันข่าวสารเรื่องของการโจรกรรมบัตรเครดิตนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนหันมามาใช้บัตรเครดิตกันเยอะขึ้น เนื่องจากบัตรเครดิตจัดเป็นช่องทางที่สะดวกสบาย ใช้ง่ายรูดง่าย จึงเป็นช่องทางของมิจฉาชีพด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับบทความนี้จะมาบอกเคล็ดลับในการใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมกันครับ

ใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย ป้องกันการถูกนำไปใช้ โดนรูด โดนแฮก

  1. ระมัดระวังในการใช้บัตรเครดิต คือใช้กับร้านที่เราไว้ใจเท่านั้น หากเป็นร้านที่ไม่น่าไว้ใจ แม้จะมีเครื่องรูดบัตรให้บริการก็ตาม ไม่ควรจะจ่ายผ่านการรูดบัตร เพราะเดี๋ยวนี้การโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตมักจะใช้เทคนิค Skimming หรือการคัดลอกข้อมูลบนแถบแม่เหล็ก ที่มีการติดตั้งไว้ในเครื่องรูดบัตรนี่แหละ ดังนั้นหากเป็นร้านที่เราไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย ใช้เงินสดจ่ายแทนจะดีกว่า
  2. เวลาซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่จะต้องมีการกรอกเลขบัตรเครดิต หากเป็นเว็บที่ไม่แน่ใจ หรือไม่มีความน่าเชื่อถือพอ อย่ากรอก เพราะอาจจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการหลอกเอาข้อมูลบัตรเครดิตด้วยเช่นกัน
  3. หากพบว่าบัตรเครดิตหาย หรือคิดว่าโดนโจรกรรม ให้รีบโทรหาธนาคารเจ้าของบัตร (ผ่านทาง Call Center ก็ได้) เพื่อแจ้งอายัดบัตรเครดิตทันที ก่อนที่จะมีการใช้บัตร ซึ่งจะเพิ่มภาระหนี้ส่วนที่เราไม่ได้ก่อขึ้นมา
  4. เก็บรักษาบัตรเครดิตให้ปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจากมันเปรียบเสมือนกับเงินในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเก็บนำไปใช้ได้ ดังนั้นทางที่ดีคืออย่าเปิดโอกาสให้บัตรเครดิตตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ
  5. เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการเสร็จแล้วและเข้าสู่ขั้นตอนของการรูดบัตร หากเป็นไปได้ไม่ควรละสายตาจากเครื่องรูดบัตร เพราะจะสามารถป้องกันความไม่ชอบมาพากล (ถ้ามี) ได้ นอกจากนั้นเรื่องของ Sale Slip หรือใบเสร็จรับเงิน ควรมีการตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีความผิดพลาด เช่น ยอดไม่ถูกต้อง หรือรายการไม่ถูกต้อง เป็นต้น จากนั้นเมื่อไม่มีอะไรผิดพลาด จึงค่อนเซ็นรับรอง Sale Slip นั้นครับ แต่ถ้าหากมีข้อผิดพลาดให้รีบท้วงที่พนักงานขายทันที
  6. อย่าลืมตรวจสอบยอดค่าใช้จ่ายจริงในใบแจ้งหนี้ เทียบกับยอดใน Sale Slip เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด หากมีให้รีบแจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อตรวจสอบและแก้ไขทันที
  7. ไม่ควรบอกหมายเลขบัตรเครดิตให้กับใครทางโทรศัพท์ (แม้แต่กับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเองก็ตาม) โดยเฉพาะกับพนักงานขายสินค้าทางโทรศัพท์ ประกันชีวิต หรือบริการอื่นๆ เพราะอาจจะมีการนำเอาเลขบัตรเครดิตของเราไปทำการซื้อหรือสมัครใช้สินค้า/บริการต่างๆ โดยพละการก็ได้

วิธีแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต จัดการหนี้ท่วมหัวให้อยู่หมัด

ภาวะหนี้สินท่วมหัว หรือ ภาระหนี้มากกว่ารายรับที่เข้ามาในแต่ละเดือน ทำให้เราไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ จนมันกลายเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยทบต้นทบดอก (โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตนี่แหละตัวดี) และท้ายที่สุดแล้วก็จะไม่มีความสามารถในการจ่ายจริงๆ จนต้องปล่อยให้เป็นหนี้เสีย และถูกฟ้องในที่สุด แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากอยู่ในภาวะหนี้ท่วมหัวแน่ แต่ถ้ามันเกิดขึ้น เราจะมีวิธีการรับมือยังไง

วิธีแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต จัดการหนี้ท่วมหัวให้อยู่หมัด

  1. ทำใจยอมรับให้ได้ หลายคนเมื่อเป็นหนี้ท่วมหัวแล้วก็มักจะเครียด ไม่เป็นอันกินอันนอน ซึมเศร้า บางคนถึงกับเป็นโรคประสาทเลยทีเดียวซึ่งอาจจะส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำร้ายหรือฆ่าตัวตายเลยก็ได้ วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับภาวะหนี้ท่วมหัว คือการยอมรับความเป็นจริง ยิ้มสู้กับมัน และต้องผ่านมันไปให้ได้
  2. ทำการคำนวณหนี้สินทั้งหมด แล้วจัดเรียงลำดับความสำคัญ ให้ใช้หนี้ส่วนที่มีดอกเบี้ยสูงและมีทีท่าว่าจะเป็นดอกเบี้ยทบต้นก่อน (โดยมากดอกเบี้ยประเภทนี้ มักจะเป็นดอกเบี้ยจากการใช้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด) จากนั้นหากเป็นไปได้ ให้ปิดหนี้ส่วนดังกล่าวให้เร็วที่สุด แล้วจึงมาปิดหนี้ส่วนที่เหลือก้อนอื่นๆ ลดหลั่นกันลงมา
  3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นลง เช่น จากที่เคยดื่มกาแฟในร้านดังก็เปลี่ยนมาดื่มจากร้านธรรมดาทั่วไป (แต่ถ้าเลิกได้เลยก็ยิ่งดี) จากที่เคยกินอาหารบนภัตตาคารหรือโรงแรมก็เปลี่ยนมาเป็นร้านที่มีราคาถูกลง เป็นต้น
  4. ต้องรู้ว่ารายได้ของเรามีประมาณไหน พอสำหรับการใช้หนี้มากน้อยแค่ไหน มีรายจ่ายอะไรบ้างในแต่ละเดือน (เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ) จากนั้นให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อดูว่าเงินของเราเข้าและออกไปทางไหนบ้าง อย่างไร จะช่วยให้สามารถตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก และมุ่งไปที่การใช้หนี้แทน
  5. ถ้าคุณไม่มีรายจ่ายอย่างอื่น แต่มีเฉพาะหนี้บัตรเครดิต ควรรีบชำระให้หมดไปก่อน เพราะบัตรเครดิตจะมีอัตราดอกเบี้ย ที่ค่อนข้างสูง (ดังนั้นหนี้บัตรเครดิตจึงมักถูกจัดเป็นหนี้ที่ต้องใช้ให้หมดไปเป็นอันดับแรกๆ) ซึ่งเมื่อเราปลดภาระหนี้บัตรเครดิตได้ ก็จะทำให้เรามีสภาพคล่องที่มากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องรับภาระในการจ่ายดอกแพงๆ อีก
  6. หากถึงที่สุดแล้ว รายได้ไม่พอกับรายจ่ายและการใช้หนี้ อย่าเสียดายทรัพย์สิน ให้รีบแปลงทรัพย์สินเป็นเงินสดได้เลย เพื่อทำการเอาไปโปะหนี้ โดยเลือกหนี้ที่มีความสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับแรก หรือหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เป็นต้น เมื่อโปะหนี้แล้วจะทำให้เรามีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้นเนื่องจากภาระหนี้บางส่วนและดอกเบี้ยของมันหมดไปแล้วนั่นเอง

บัตรเครดิตธนาคารอนุมัติง่าย

บัตรเครดิตธนาคารอนุมัติง่าย สมัครออนไลน์ทราบผลอนุมัติเบื้องต้นได้ทันที พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ มากมาย

สมัครออนไลน์